วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรวิหาร : วัดคู่บ้านคู่เมืองแห่งเมืองสองแคว (พิษณุโลก)




เมื่อวานนี้เป็นหนึ่งในวันหยุด "หยุดคิด--หยุดวิ่ง" อีกหนึ่งวันของอิชั้นค่ะ

อย่ากระนั้นเลย..เมื่อมีเวลาก็แวะไปหาความสงบด้วยการกราบพระ ขอบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ช่วยปกปักษ์รักษาคนที่รักเรา และคนที่เรารักกันดีกว่านะคะ

..............

เราเริ่มต้นออกเดินทางจาก The Livable Homeห้องพักรายวัน และหอพักขนาดใหญ่ ที่ทั้งสะดวก สะอาด และสบาย  ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการห้องพักกับลูกค้า น้อง ๆ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร และนักท่องเที่ยวผู้ที่มาเยือนจังหวัดพิษณุโลก ในเดือน พฤษภาคม 2554 นี้นะคะ

การเดินทางของเราจาก The Livable Home นั้นก็แสนง่ายค่ะ พอเลี้ยวจากประตูใหญ่ทางเข้า-ออก ของที่พัก ก็เลี้ยวซ้ายทันที (ถ้าเลี้ยวขวา จะเป็นการขับรถเข้าประตูรั้วมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของ The Livable Home แค่ 150 เมตรเท่านั้นเอง) จากนั้นก็ขับรถเลี้ยวซ้ายขึ้นถนนเลียบคลองชลประทานหลังมหาวิทยาลัย (ตรงป้อมตำรวจ) ขับตรงไปอีกราว 300 เมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง และเลี้ยวขวาตรงสี่แยกไฟแดงเพื่อเข้าสู่ถนนสายเอเชียเข้าเมือง ขับตรงไปจนถึงสี่แยกบ้านคลองและเลี้ยวขวา ข้ามสะพานเอกาทศรฐ เท่านั้นคุณก็จะเห็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรวิหารอยู่ซ้ายมือ เชิงสะพานแล้วอ่ะนะคะ หรือหากคุณเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางสายเอเชีย เมื่อขับผ่านหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร และขับตรงผ่านสี่แยกไฟแดงหนองอ้อแล้ว ก็ขับตรงอย่างเดียวเลยค่ะ มาเลี้ยวขวาอีกทีที่สี่แยกบ้านคลอง ขึ้นสะพานเอกาทศรฐ เท่านั้นเองคุณก็ถึงแล้ว

..............


10 นาทีถัดมา อิชั้นก็ขับรถมาถึงที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรวิหาร หรือที่คนทั่วไปมักจะเรียกสั้น ๆ ว่าวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของ จ.พิษณุโลกค่ะ

จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่าแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ตัวเองมีเวลาเที่ยวตะลอน ๆ ไปหลาย ๆ ที่มาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แล้วก็มักจะเก็บภาพ เก็บเรื่องราวมาฝากในบล้อกโน้นบล้อกนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ก็แทบจะไม่เคย ที่จะพาเพื่อน ๆ มาเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในจังหวัดตัวเองเลยอ่ะนะคะ
วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีฮ่ะ...ไหน ๆ ก็มากราบพระขอพรกันแล้ว อิชั้นก็ขอถือโอกาสพาเพื่อน ๆ ทุกคนเดินเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรวิหาร หรือวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลกด้วยกันละกันเน้อ



วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า "วัดใหญ่" นั้นตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกค่ะ เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย


วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใดนะคะ  แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย และเป็นพระอารามหลวงมาแต่เดิม เพราะได้พบหลักฐานศิลาจารึกสุโขทัยมีความว่า พ่อขุนศรีนาวนำถมทรงสร้างพระทันตธาตุสุคนธเจดีย์ ...

ส่วนในพงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า " ในราวพุทธศักราช ๑๙๐๐ พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก (พระมหาธรรมราชาลิไท) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย ทรงมีศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังได้ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ศาสนาอื่น ๆ จนช่ำชองแตกฉาน หาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก พระองค์ได้ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน มีพระปรางค์อยู่กลาง มีพระวิหาร ๔ ทิศ มีพระระเบียง ๒ ชั้น และทรงรับสั่งให้ปั้นหุ่นหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารทั้ง ๓ หลัง"

ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2458 ปัจจุบันจึงมีชื่อเต็มว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)


..ฟังประวัติโดยย่อของที่นี่แล้ว พรุ่งนี้เรามากราบสักการะพระพุทธชินราชและเดินเที่ยวชมความงามของวัดด้วยกันนะคะ

............


เล่าเรื่อง..เมืองพิษณุโลก

6 เมษายน 2554~


เมื่อพูดถึงจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัดวาอารามที่สวยงามรวมไปถึงความสะดวกสบายของการเดินทาง จังหวัดหนึ่งซึ่งอิชั้นอยากจะขอแนะนำก็คงจะเป็นที่จังหวัดพิษณุโลก นั่นเองอ่ะนะคะ

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับเมืองพิษณุโลก ทั้งในด้านแหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วันนี้อิชั้นจะมาแนะนำประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของเมืองพิษณุโลกให้เพื่อน ๆ รับฟังกันนิดหน่อยก่อนนะคะ

พิษณุโลก เป็นเมืองใหญ่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มากมีไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม  และธรรมชาติของสายน้ำและป่าเขาที่สวยงามน่าท่องเที่ยวค่ะ  อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 377 กิโลเมตร เท่านั้นเอง และมีพื้นที่ประมาณ 10,815 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสลับป่าไม้ทางด้านตะวันออก นอกนั้นเป็นที่ราบลุ่มอยู่โดยทั่วไป มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำน่านซึ่งไหลผ่านบริเวณ ตัวเมือง แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม อำเภอบางระกำ อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอนครไทย อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอชาติตระการ และอำเภอเนินมะปราง

ประวัติศาสตร์
หลักฐานการสร้างเมืองพิษณุโลกมีมาแต่พุทธศตวรรษที่ 15 สมัยขอมมีอำนาจปกครองแถบนี้น่ะนะคะ แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า “เมืองสองแคว” เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำน่าน และแม่น้ำแควน้อย หรือบริเวณที่ตั้งของวัดจุฬามณีในปัจจุบัน 

เมื่อประมาณ พ.ศ. 1900 สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย ได้โปรดเกล้าฯ  ให้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ ณ ตัวเมืองปัจจุบัน โดยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง

สมัยอยุธยา เมืองพิษณุโลกทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นเมืองกึ่งกลางระหว่างกรุงศรีอยุธยาและอาณาจักรฝ่ายเหนือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถทรงปฏิรูปการปกครองและได้เสด็จมาประทับที่เมืองนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2006 จนสิ้นรัชกาลใน พ.ศ. 2031  ช่วงนั้นพิษณุโลกเป็นราชธานีแทนกรุงศรีอยุธยานานถึง 25 ปี

หลังรัชสมัยของพระองค์ พิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงค่ะ เป็นหน้าด่านสำคัญที่จะสกัดกั้นกองทัพพม่า  เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชดำรงฐานะพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก ขณะนั้นไทยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงรวบรวมชายฉกรรจ์ชาวพิษณุโลกกอบกู้อิสรภาพชาติไทยได้ใน  พ.ศ. 2127

ในสมัยกรุงธนบุรี พิษณุโลกเป็นสถานที่ตั้งมั่นรับศึกพม่า เมื่อครั้งกองทัพของอะแซหวุ่นกี้มาตีเมืองพิษณุโลก ใน พ.ศ. 2318 อะแซหวุ่นกี้ต้องเผชิญการต่อสู้อย่างทรหดกับเจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์ถึงขนาดต้องขอดูตัว และได้ทำนายเจ้าพระยาจักรีว่าต่อไปจะได้เป็นกษัตริย์

ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงดำริให้รื้อกำแพงเมืองพิษณุโลกเพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้เป็นที่มั่น  ครั้นถึง พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเมืองพิษณุโลกขึ้นเป็นมณฑลเรียกว่า มณฑลพิษณุโลก ต่อมาเมื่อยกเลิกการปกครองแบบมณฑลแล้ว พิษณุโลกจึงมีฐานะเป็นจังหวัดเรื่อยมาจนปัจจุบัน

การเดินทาง
  • รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงวังน้อยแล้วแยกเข้าทางสายเอเชีย หลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทางสาย 117 ตรงสู่พิษณุโลก รวมระยะทาง 377 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุด  หรือจากสิงห์บุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 สายอินทร์บุรี-ตากฟ้า จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก ที่เขตอำเภอวังทอง เลี้ยวซ้ายไปอีก 17 กิโลเมตร เข้าสู่พิษณุโลกรวมระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางที่ผ่านเพชรบูรณ์และหล่มสัก แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 สายหล่มสัก-พิษณุโลก ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร จะผ่านแหล่งท่องเที่ยวสองข้างทางหลายแห่ง
  • รถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีบริการรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสาร ปรับอากาศไปยังพิษณุโลกตลอดวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936 2852-66 หรือ  www.transport.co.th และที่สถานีขนส่งพิษณุโลก โทร. 0 5524 2430  รถประจำทางปรับอากาศ ติดต่อ พิษณุโลกยานยนต์ทัวร์ โทร. 0 2936 2924-5 หรือ 0 5525 8647 เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0198-9 หรือ 0 5521 1922 วินทัวร์ โทร. 0 2936 3753 หรือ  0 5525 2617
นอกจากนี้ยังมีรถ  บขส. บริการระหว่างพิษณุโลกกับจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก (แม่สอด) พิจิตร เพชรบูรณ์ และขอนแก่น ทุกวัน
  • รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วนพิเศษ (สปรินเตอร์) รถเร็ว และรถธรรมดา  จากกรุงเทพฯ ไปพิษณุโลกทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 สถานีรถไฟพิษณุโลก โทร. 0 5525 8005 หรือ  www.railway.co.th
  • เครื่องบิน มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลกทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ สายการบินนกแอร์ http://www.nokair.com/nokconnext/aspx/welcome.aspx?currlang=th-th โทรศัพท์ 1318 หรือ 02-900-9955
พรุ่งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับพิษณุโลกในปัจจุบันนี้นะคะ ว่าอุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและวัดวาอาราม รวมไปถึงสถานที่ที่น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน..รวมไปถึงแหล่งที่พักแสนสบาย ราคาประหยัด อาหารการกินที่ขึ้นชื่อ รับรองว่าบล้อกนี้บล้อกเดียว เที่ยวพิษณุโลกได้ครบถ้วนอย่างที่คุณต้องการเลยทีเดียวค่ะ